CHIKEN-MAN   (67 views)

 
CHIKEN-MAN hasn't updated their status in a while...

Location

Thailand

Birthday

November 4
 
Advertisement

Info

Birthday

November 4

Location

Thailand

 

About Me

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ประวัติ ลิเวอร์พูล Liverpool Football Club

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

Liverpool
ชื่อเต็ม Liverpool Football Club
ฉายา The Reds, Red Machine, The Kop
ก่อตั้ง พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)
สนาม แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล
ความจุ 45,362 คน
ประธาน ทอม ฮิกส์
จอร์จ จิลเลตต์
ผู้จัดการ ราฟาเอล เบนิเตซ
ลีก เอฟเอ พรีเมียร์ลีก
2007-08 พรีเมียร์ลีก อันดับที่ 4


ชุดทีมเหย้า



 
ชุดทีมเยือน


สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษ: Liverpool Football Club) เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทีมหนึ่งในฟุตบอลอังกฤษ ลิเวอร์พูลครองแชมป์ลีกสูงสุดถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ก่อตั้งใน วันที่ 15 มีนาคม ปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรหนึ่งในกลุ่มจี-14 มีฉายาในภาษาไทยว่า "หงส์แดง" พร้อมด้วยคำขวัญ You will never walk alone

สนามปัจจุบันของสโมสรคือ แอนฟิลด์ มีความจุ 45,362 คน ในขณะเดียวสนามใหม่กำลังถูกวางแผนก่อสร้างในชื่อ สนามสแตนลีย์พาร์ก ความจุประมาณ 60,000 อยู่ในระหว่างการเจรจาระหว่างเจ้าของและทางเอชเคเอส สำนักงานสถาปนิกอเมริกัน [1]

1 ประวัติสโมสร
2 ยุคก่อตั้งสโมสร
3 ที่มาของ The Kop
4 ผู้เล่นปัจจุบัน
5 ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว
6 สต๊าฟ โค้ช
7 ผู้จัดการทีม
8 ผู้เล่นในตำนาน
9 เกียรติประวัติ
10 อ้างอิง
11 แหล่งข้อมูลอื่น
11.1 เว็บแฟนคลับ



ประวัติสโมสร
จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟิลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่ง และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิ้ง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมได้เช่าอยู่ ฝ่ายกลุ่มบริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดีสันพาร์ก ดังนั้น จอห์น โฮลดิ้ง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิ้ง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club


ยุคก่อตั้งสโมสร
หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรซ์ ไอโรโนโปลิส และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

ที่มาของ The Kop
เดอะ ค็อป เป็นชื่อที่ใช้เรียกตามชื่อของเนินเขาแห่งหนึ่งใน นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้จักกันในนาม สปิออน ค็อป โดยเกิดเหตุการณ์การทำสงครามบัวร์ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1900 อังกฤษได้ส่งทหารไปกว่า 300 นาย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูล แต่แล้วในสงครามนั้นเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นคือ อังกฤษได้เสียทหารไปเกินกว่าครึ่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น นักข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ชื่อ เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ จึงเสนอชื่อ สปิออน ค็อป ตามชื่อของเนินเขาลูกนั้น เป็นชื่อของอัฒจันทร์หลังประตูในการสร้างสนามใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นเกียรติในความกล้าหาญของทหารอังกฤษทั้ง 300 นาย ซึ่งต่อมาอัฒจันทร์แห่งนี้ได้กลายอัฒจันทร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกของฟุตบอลแห่งหนึ่ง. ในปี ค.ศ. 1928 ได้มีการต่อเติมอัฒจันทร์แห่งนี้ใหม่ และเมื่อใดเมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูลขึ้น คนที่ไปดูการแข่งขันของทีมบนอัฒจันทร์จะเรียกตัวเองว่า เดอะ ค็อป (The Kop) และแล้วจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมที่สนามฮิลส์โบโร่ ในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเกิดการถล่มของอัฒจันทร์ขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 96 คน จึงมีคำสั่งให้ทุกสนามเปลี่ยนจากอัฒจันทร์ยืนเป็นแบบนั่งทั้งหมด และนั่นเป็นการปิดฉากของอัฒจันทร์ สปิออน ค็อป อัฒจันทร์แบบยืนที่มีความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีอัฒจันทร์ใหม่ขึ้นมาและใช้ชื่อว่า นิว ค็อป ซึ่งความหมายต่าง ๆ ยังคงเหมือนเดิม แม้ชื่ออัฒจันทร์จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม นิว ค็อป ยังคงมีกลิ่นอายของประวัติเหล่านั้นอยู่เต็มเปี่ยม


ผู้เล่นปัจจุบัน
เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
1 GK ดิเอโก้ คาวาเลรี่
2 DF อันเดรียส ดอสเซน่า
4 DF ซามี ฮูเปีย
5 DF ดาเนี่ยล แอกเกอร์
7 FW ร็อบบี้ คีน
8 MF สตีเว่น เจอร์ราร์ด (กัปตัน)
9 FW เฟร์นานโด ตอร์เรส
11 MF อัลเบิร์ต ริเอร่า
12 DF ฟาบิโอ ออเรลิโอ
14 MF ชาบี อลอนโซ่
15 MF ยอสซี่ เบนายูน
17 DF อัลวาโร่ อเบลัว
18 FW เดิร์ค เค้าท์
19 MF ไรอัน บาเบล
20 MF ฮาเวียร์ มาสเคราโน่
21 MF ลูคัส เลว่า
22 DF เอมิเลียโน อินซัว
23 DF เจมี คาร์ราเกอร์ (รองกัปตัน)
24 FW ดาวิด เอ็นก็อก
25 GK โฆเซ่ เรน่า
26 MF เจ สเปียร์ริ่ง
27 DF ฟิลลิป เดเก้น
28 MF เดเมี่ยน เพนซิส
29 FW คริสเตียน เนเม็ธ
30 GK ชาร์ลส อิต็องเซ่
31 MF นาบิล เอล ซาห์
32 DF สตีเฟน ดาร์บี
33 MF เซบาสเตียน เลโต้
34 DF มาร์ติน เคลลี่
35 MF ไรอัน ฟลินน์
36 DF สตีเว่น เออร์วิน
37 DF มาร์ติน สเคอร์เทล
38 FW เครก ลินด์ฟิลด์
39 FW นาธาน เอคเคิลสตัน
41 GK มาร์ติน แฮนเซ่น
42 GK ปีเตอร์ กุลัคชี่
46 DF แจ๊ค ฮอบส์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว
37 DF ลี เพลเทียร์ (ยีโอวิล ทาวน์ - ถึง ธันวาคม 2550)[2]
41 FW เบเชียน อิดริซาจ (คริสตัลพาเลซ - ถึง มิถุนายน 2551
45 DF เจมส์ สมิท (สต็อกพอร์ทเคาวน์ตี้ - ถึง มกราคม 2551
MF พอล แอนเดอร์สัน(นักฟุตบอล) (สวอนซีซิตี้ - ถึง พฤษภาคม 2551)
DF กอดวิน แอนท์ไว (ฮาร์เติลพูลยูไนเต็ด - ถึง มิถุนายน 2551
เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
MF อดัม แฮมมิล (เซาท์แทมตัน - ถึง มิถุนายน 2551)[7]
FW แอนโทนี่ เลอ ตัลเล็ค (เลอ มันส์ ยูเนี่ยน คลับ 72 - ถึง มิถุนายน 2551)
mK นิโคไล มิเฮลอฟ (เอฟซี ทเวนเต้ - ถึง มิถุนายน 2551
DF มิกูเอล โรเก้ แฟร์เรโร (เซเรซ ซีดี - ถึง มิถุนายน 2551
MF จิมมี่ ไรอัน (ชรูบูรี่ทาวน์ - ถึง กันยายน 2550)[11]
สต๊าฟ โค้ช
ชื่อ ตำแหน่ง
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม
แซมมี่ ลี ผู้ช่วยผู้จัดการทีม
เมาริซิโอ เปเลกริโญ โค้ชทีมหลัก
ซาวี วาเลโร โค้ชผู้รักษาประตู
กอนซาโล โรดริเกซ โค้ชความฟิต
พาโก เดอ มิกูเอล โค้ชความฟิต
แกรี่ แอ๊บเลตต์ ผู้จัดการทีมสำรอง
อังเกล วาเลส โค้ชทีมสำรอง / หัวหน้าการวิเคราห์ด้านเทคนิค
เดฟ แมคโดนัฟ นักวิเคราะห์ด้านเทคนิค
เอดูอาร์โด มาเซีย หัวหน้าหน่วยแมวมอง
ไมค์ แมคกลินน์ ผู้ช่วยหน่วยแมวมอง
มาร์ก วอลเลอร์ แพทย์
ร็อบ ไพรซ์ หัวหน้าผู้ดูแลสุขภาพนักเตะ
หลุยส์ ฟอเซตต์ ผู้ดูแลสุขภาพนักเตะ
วิคเตอร์ ซาลินาส ผู้ดูแลสุขภาพนักเตะ
คริส มอร์แกน ผู้ดูแลสุขภาพนักเตะ
พอล สมอล หมอนวด
เกรแฮม คาร์เตอร์ ผู้จัดการชุดแข่ง
จอห์น ไรท์ เจ้าหน้าที่ชุดแข่ง

ผู้จัดการทีม
สนามแอนฟิลด์(1892 - 1896) จอนห์ แม็คเคนน่า / วิลเลี่ยม บาร์คเลย์
(1896 - 1915) ทอม วัตสัน
(1915 - 1920) ไม่มีผู้จัดการทีม
(1920 - 1923) เดวิด แอชเวิร์ธ
(1923 - 1928) แม็ต แม็คควีน
(1928 - 1936) จอร์จ แพ็ตเธอร์สัน
(1936 - 1950) จอร์จ เคย์
(1951 - 1956) ดอน เวลช์
(1956 - 1959) ฟิล เทเลอร์
(1959 - 1974) บิลล์ แชงค์ลี่ย์
(1974 - 1983) บ๊อบ เพสลี่ย์
(1983 - 1985) โจ เฟแกน
(1985 - 1991) เคนนี่ ดัลกลิช
(1991 - 1994) แกรม ซูเนสส์
(1994 - 1998) รอย อีแวนส์
(1998 - 2004) เชราร์ อุลลิเย่ร์
(2004 - ปัจจุบัน) ราฟาเอล เบนิเตช

ผู้เล่นในตำนาน
บ๊อบ เพสลี่ย์
บิลลี่ ลิดเดลล์
เอียน เซนต์จอห์น
โรเจอร์ ฮันท์
เควิน คีแกน
เคนนี่ ดัลกลิช
แกรม ซูเนสส์
เอียน รัช
บรู๊ซ กร๊อบเบล่าร์
จอห์น บาร์นส์
ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์
จอห์น อัลดริจ
สตีเว่น เจอร์ราด
จิมมี่ เร็ดแน็พ
ไมเคิล โอเวน
ร๊อบบี้ ฟาว์เลอร์
ฟิล นีล
เจอร์ซี่ ดูเด๊ค

เกียรติประวัติ
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง: 18
1901, 1906, 1922, 1923, 1947, 1964, 1966, 1973, 1976, 1977, 1979, 1980, 1982, 1983, 1984, 1986, 1988, 1990
ฟุตบอลพรีเมียร์ชิป: 0
n/a
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 4
1894, 1896, 1905, 1962
เอฟเอคัพ: 7
1965, 1974, 1986, 1989, 1992, 2001, 2006
ลีกคัพ: 7
1981, 1982, 1983, 1984, 1995, 2001, 2003
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก: 5
1977, 1978, 1981, 1984, 2005
ยูฟ่าคัพ: 3
1973, 1976, 2001
European Super Cup : 3
1977, 2001, 2005
ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ
สูงสุด รองชนะเลิศ 2005
เอฟเอ ยูธคัพ
แชมป์ ปี 1995-96 , 2005-06 , 2006-07

Interests

 

Favorite Movies

 

Favorite TV Shows

'>
 

Favorite Books

 

Favorite Quote

เฟร์นันโด ตอร์เรส ซานซ์
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เฟร์นันโด โคเซ ตอร์เรส ซานซ์
วันเกิด 20 มีนาคม ค.ศ. 1984 (อายุ 25 ปี)
สถานที่เกิด มาดริด สเปน
ส่วนสูง 1.86 ม. (6 ฟุต 1 นิ้ว)
ตำแหน่ง ศูนย์หน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ลิเวอร์พูล
หมายเลข 9
สโมสรเยาวชน
1995–2001 แอตเลติโก มาดริด
สโมสรอาชีพ
ปี สโมสร ลงเล่น
(ประตู)
2001–2007
2007– แอตเลติโก มาดริด
ลิเวอร์พูล {{{caps(goals)}}}
ทีมชาติ
2003สเปน {{{nationalcaps(goals)}}}
นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 27 กันยายน 2550
นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 3 กันยายน 2550
เฟร์นันโด โคเซ ตอร์เรส ซานซ์ (Fernando José Torres Sanz) (เกิดวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2527) เป็นนักฟุตบอลชาวสเปนเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ตอร์เรสเกิดที่เมืองฟูเอนลาบราดา (Fuenlabrada) เมืองชนบทขนาดย่อมทางใต้ของกรุงมาดริด เดิมตอร์เรสเป็นเด็กฝึกหัดของสโมสรแอตเลติโก มาดริดในสเปน และก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ รวมถึงการที่ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันของทีม โดยในขณะนั้นตอร์เรสมีอายุเพียง 19 ปี ตอร์เรสได้รับฉายาจากสื่อในสเปนว่า 'เอลนีโญ'(บุตรแห่งพระเจ้า) เพราะหน้าตาของตอร์เรสดูอ่อนวัยกว่าอายุเป็นอย่างยิ่ง
ตอร์เรสเป็นศูนย์หน้าที่มีพรสวรรค์ในการเล่นเป็นอย่างมาก เขาสามารถยิงประตู 75 ประตูใน 5 ฤดูกาล ในลีกสูงสุดของสเปน โดยมีเพียงซามูเอล เอโตและดาบิด บียา ที่ยิงได้มากกว่าในระยะเวลาเดียวกัน
1 ผลงานในระดับสโมสร
1.1 แอตเลติโก มาดริด
1.2 ลิเวอร์พูล
2 ฤดูกาล 2007-2008 (ฤดูกาลแรก)
3 ผลงานในระดับชาติ
4 ชีวิตส่วนตัว
5 เกียรติประวัติ
6 สถิติ
7 อ้างอิง
8 แหล่งข้อมูลอื่น
ผลงานในระดับสโมสร
แอตเลติโก มาดริด
ลิเวอร์พูล
ฤดูกาล 2007-2008 (ฤดูกาลแรก)
ค่าตัวในการเซ็นสัญญาของเฟร์นันโด ตอร์เรส ได้รับการบันทึกไว้เป็นสถิติสูงสุดของลิเวอร์พูล แม้ว่าสื่ออังกฤษรายงานว่า ค่าตัวนักเตะอยู่ที่ประมาณ 26.5 ล้านปอนด์ ราฟาเอล เบนิเตซยืนยันในการสัมภาษณ์กับสื่อสเปนว่า ค่าตัวอยู่ที่เกือบ 20 ล้านปอนด์ ยังมีรายงานอีกว่า ตอร์เรสยอมลดค่าเหนื่อยสำหรับการย้ายตัว หนังสือพิมพ์ The Times รายงานว่า ค่าตัวลดจาก 103,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในสเปน เหลือ 90,000 ปอนด์
ในวันที่ 11 สิงหาคม2550 ตอร์เรสลงแข่งนัดเปิดตัวให้ลิเวอร์พูล โดยแข่งกับ แอสตันวิลลา และชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ตอร์เรสยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในการลงแข่งครั้งแรกในสนามแอนฟีลด์ ในวันที่ 19 สิงหาคม ในนาทีที่ 16 ผลเสมอ1-1 กับเชลซี โดยวิ่งไปรับบอลจากการส่งของเจอร์ราร์ด ตอร์เรสเลี้ยงผ่านกองหลังเชลซี ทาล เบน ฮาอิม และยิงผ่านเมือผู้รักษาประตูปีเตอร์ เช็คเข้าไปตุงตาข่ายเชลซี
ประตูแรกของเฟร์นันโด ตอร์เรสในพรีเมียร์ชิพตอร์เรสยิงแฮตทริกเป็นครั้งแรกให้สโมสร ในวันที่ 25 กันยายน ในนัดเยือน ถ้วยคาร์ลิงคัพกับเรดดิ้ง และชนะไป 4-2โดยประตูแรกของตอร์เรสในเกม คือประตูที่ยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 2-1 ลูกที่สองของเขาทำให้ ลิเวอร์พูลนำ 3-2 และตามด้วยลูกปิดท้าย 4-2 หลังจากจบการแข่งขัน ตอร์เรสได้รับการคิดเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน และเนื่องจากตอร์เรสสามารถทำแฮตทริกได้สำเร็จ เขาจึงได้รับลูกบอลที่ใช้ในการแข่งขันเป็นของที่ระลึก ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์2551 ตอร์เรสสามารถทำแฮตทริกแรกในลีกได้สำเร็จ ในเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะทีมมิดเดิลส์โบร 3-2 และในวันที่ 5 มีนาคม ปีเดียวกัน ตอร์เรสสามารถทำแฮตทริกได้อีกครั้ง ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะทีมเวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-0 ทำให้เฟร์นันโด ตอเรส ได้รับการบันทึกไว้เป็นสถิติว่า เป็นผู้เล่นคนแรกต่อจากแจ็คกี้ บัลเมอร์ ที่เคยทำแฮตทริกในเกมที่แอนฟีลด์ติดต่อกัน 2 นัด ในปี 1946 และยังเป็นนักเตะคนที่ 5 ของสโมสรที่สามารถทำได้ ตอร์เรสได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งเดือนกุมภาพันธ์ของพรีเมียร์ชิพอังกฤษ โดยนอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะนอกสหราชอาณาจักรคนแรกที่ยิงได้ 15 ประตูในพรีเมียร์ลีกให้ลิเวอร์พูลในวันที่ 15 มีนาคม 2551 เฟร์นันโด ตอร์เรสกลายเป็นผู้เล่นคนแรกของสโมรส ต่อจาก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ปี 1995-1996)ที่สามารถทำประตูในลีกได้เกินถึง 20 ประตูใน 1 ฤดูกาล เมื่อเขาทำประตูในนาทีที่ 47 ในเกมที่ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะทีมเรดดิง 2-1 และหลังจากนั้น ตอร์เรสก็สามารถยิงประตูช่วยให้ทีมเอาชนะอินเตอร์ มิลานในการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 สุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2551 เฟร์นันโด ตอร์เรสสามารถทำประตูที่ 30 ของตัวเองให้กับลิเวอร์พูลได้ในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา โดยประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-1 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ชิพของอังกฤษ และด้วยประตูนี้เอง ทำให้เฟร์นันโด ตอร์เรสสามารถทำสถิติ ยิงประตูติดต่อกัน 7 นัด ในสนามแอนฟีลด์และในวันสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามของทีมสเปอร์สในวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 ตอร์เรสได้ทำประตูสุดท้ายของฤดูกาลนี้เป็นประตูที่ 33 ที่ทำให้เขาเป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูเกิน 30 ประตูในหนึ่งฤดูกาล โดยก่อนหน้านั้น มีเพียง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ทำได้ 30 ประตู ในปี 1996-1997 โดยเฉพาะวันที่ 4 พฤษภาคม 2551 ณ สนามแอนฟีลด์ ลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมแมนฯ ซิตี้ ทีมชนะไป 1-0 โดยตอร์เรสเป็นผู้ยิงประตูตัดสินชัยชนะ ทำให้เขาสามารถทำประตูติดต่อกันเป็นนัดที่ 8 ในถิ่นแอนฟีลด์ ส่งผลให้เขาเป็นนักเตะคนแรกของทีมที่ทำประตูในเกมลีกสูงต่อหน้าแฟนบอลในแอลฟีลด์ได้ 8 นัดติดต่อกัน โดยมี โรเจอร์ ฮันท์ ที่ทำได้อีกคนแต่ทำได้ในลีกดิวิชั่น 2 เดิมในช่วงทศวรรษที่ 60 ฤดุกาล 1961-1962
33 ประตู จาก 46 นัดในทุกรายการ เฉพาะเกมลีกเขาทำไป 24 ประตู จาก 33 นัดที่ลงแข่ง และทั้ง 24 ประตูไม่มีลูกจากจุดโทษเลย ทำให้ เฟร์นันโด ตอร์เรส ทำสถิติเป็นนักเตะต่างชาติที่ทำประตูสูงสุดเพียงปีแรกที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกคนใหม่ และทำให้เขามีสถิติยิงปรตูเฉลี่ยทุกๆ 1.39 เกม ทำลายสถิติผู้เล่นที่ทำประตูเฉลี่ยสูงสุดให้ลิเวอร์พูลในฤดูกาลแรก ของ จอห์น อัลดิดจ์ (1.55 เกม) ได้อย่างสิ้นเชิง และยังเอาชนะนักเตะอย่าง เอียน รัช (1.63), โรเจอร์ ฮัน (1.65), ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (1.83). ไมเคิ่ล โอเว่น (1.91) และ เคนนี่ ดัลกลิช (2) ได้อีกด้วย และทุกนัดที่เขาสามารถทำประตูได้ในเกมลีกทีมจะไม่แพ้อีกด้วย และ 25 ประตู ใน 33 ประตูที่เขาทำได้ในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นในสนามแอนฟีลด์อีกด้วย
สรุปการทำประตู
เท้าขวา...................22 เท้าซ้าย....................6 ลูกโหม่ง....................5
พื้นที่การทำประตู
กรอบเขตโทษ 18 หลา.........27 กรอบเขตโทษ 6 หลา..........3 นอกเขตโทษ.................3
รายการทำประตู
พรีเมียร์ลีก..................24 แชมเปี้ยนส์ ลีก................6 ลีก คัพ......................3
ประตูเหย้า-เยือน
แอนฟีลด์....................25 นอกบ้าน......................8
ทำประตูในฐานะ
ตัวจริง.......................32 สำรอง........................1
ประตูใน
ครึ่งแรก.......................10 ครึ่งหลัง.......................23
เมื่อ ตอร์เรสยิงได้
ชนะ 23 เสมอ 5 แพ้ 0 ได้ 63 เสีย 17
ผลงานในระดับชาติ
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ตอร์เรสชนะเลิศทัวร์นาเมนต์อัลการ์ฟกับทีมชาติสเปนชุดอายุไม่เกิน 16 ปี ในเดือนพฤษภาคม ทีมีได้ลงแข่ง ในฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และชนะเลิศ โดยตอร์เรสยิงประตูชัยซึ่งเป็นประตูเดียวในนัดชิงชนะเลิศ ตอร์เรสยิงประตูได้มากที่สุดในการแข่งขัน (7 ประตูใน 6 เกม) และได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬายอดเยี่ยม
ในปี 2546 ตอร์เรสได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกให้กับทีมชาติสเปน ในวันที่ 6 กันยายน 2546 ในการแข่งกระชับมิตรกับโปรตุเกส ตอร์เรสยิงประตูแรกให้ทีมชาติได้ในวันที่ 28 เมษายน 2547 โดยแข่งกับอิตาลี เมื่อปิดฤดูกาล ตอร์เรสได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสเปน เพื่อแข่งในฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปปี 2547 ตอร์เรสได้ลงสนาม โดยการเปลี่ยนตัว ใน 2 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มของสเปน แต่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในการแข่งนัดชี้ชะตากับโปรตุเกส ตอร์เรสยิงชนเสาในนาทีที่ 62 หลังจาก นูโน โกเมสยิงให้โปรตุเกสนำ ในนาทีที่ 57 สเปนแพ้ไป 1-0 และตกรอบ
ในการลงแข่งครั้งแรกในฟุตบอลโลกในปี 2549 ในเยอรมนี ตอร์เรสยิงประตูสุดท้าย ในเกมที่ชนะยูเครน 4-0 ด้วยลูกวอลเลย์ ในนัดที่สองรอบแบ่งกลุ่ม ตอร์เรสยิง 2 ประตูในนัดเจอตูนีเซีย ประตูแรกในนาทีที่ 76 ทำให้สเปนนำ 2-1 และอีกลูกจากจุดโทษ ในนาทีที่ 90 ตอร์เรสไม่ได้ลงในนัดกระชับมิตรกับโรมาเนีย ในเดือนพฤศจิกายน 2549 แต่ได้ลงเล่นในนัดกระชับมิตรกับอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 โดยสเปนชนะไป 1-0
เฟร์นันโด ตอร์เรสแสดงความดีใจ หลังยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกในฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ปี 2551 รอบคัดเลือก ตอร์เรสยิงประตูแรกในนัดเจอกับลิกเตนสไตน์ ซึ่งสเปนชนะไป 4-0 ตอร์เรสยิงลูกเสียบมุมประตู จากระยะ 11 เมตร ตอร์เรสได้ลงเล่นในนัดเจอกับไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งสเปนแพ้ 3-2 สเปนได้แข่งกับสวีเดน และแพ้ไป 2-0 ในนัดนี้ ในนัดเจอเดนมาร์ก ตอร์เรสได้เปลี่ยนตัวลงมาเล่นในนาทีที่ 64 แต่ไม่สามารถยิงประตูได้ แต่สเปนก็ชนะไป 2-1 ตอร์เรสเป็นตัวสำรองอีกครั้ง แต่ได้เปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 43 แทนเฟร์นันโด โมเรียนเตส ตอร์เรสยิง 2 ครั้ง แต่ไม่ตรงกรอบทั้งสองครั้ง แต่สเปนยังชนะ 1-0 จากประตูของอีเนียสตาในนาทีที่ 80 ตอร์เรสไม่ได้ถูกเลือกในนัดที่สเปนชนะลัตเวีย 2-0 และนัดเจอลิกเตนสไตน์ 2-0 ตอร์เรสได้ลงเล่นในนัดเสมอ 1-1 กับไอซ์แลนด์ ซาบี อาลอนโซเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล โดนใบแดงไล่ออก ในนัดเจอลัตเวีย ตอร์เรสยิงได้ 1 ประตู สเปนได้เป็นที่ 1 ของกลุ่ม และตอร์เรสยิงให้สเปนได้ 2 ประตู
ชีวิตส่วนตัว
ตอร์เรสสนิทกับเพื่อนร่วมทีมชาติสเปน เซร์คีโอ ราโมส ตอร์เรสเดทกับแฟนสาวโอลายา (Olalla) ตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเขารู้จักตั้งแต่อายุแปดขวบ โดยครอบครัวของตอร์เรส ย้ายไปอยู่บ้านในถนนเดียวกับแฟนสาวในกาลิเซีย
ตอร์เรสแสดงหนังในมิวสิกวิดีโอ เอลกันโตเดลโลโก ของ 'Ya Nada Volvera a Ser Como Antes'
เขารับบทนักแสดงสมทบใน Torrente 3 ซึ่งเป็นหนังตลกสเปน ในปี 2548 เขาแสดงเป็นตัวเองและหลบหลีกอันตราย โดยเตะลูกระเบิดมือ เหมือนกับเป็นลูกฟุตบอล
เขาสักชื่อ "Fernando" ที่ด้านในแขนซ้าย ด้วยภาษาTengwar สักหมายเลข 9 ที่ด้านในแขนขวา และสักวันที่ 7-7-2001 เป็นตัวเลขโรมัน ที่ด้านในน่องขวา
เกียรติประวัติ
แอตเลติโก มาดริด
แชมป์
สเปน ดิวิชัน 2: พ.ศ. 2544-45
ไนกี้คัพ ยุโรป ปี 2541 (บอลเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี)
สเปน
แชมป์
ทัวร์นาเมนต์อัลการ์ฟ ปี 2544 รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี
ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ปี 2544
ปี 2545 ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป พ.ศ. 2551
เกียรติประวัติส่วนตัว
แชมป์
ผู้เล่นยุโรปยอดเยี่ยม รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ปี 2541
ผู้เล่นยอดเยี่ยม, ยิงประตูสูงสุด ( 7 ลูก ใน 6 เกม ) ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ปี 2544
ผู้เล่นยอดเยี่ยม, ยิงประตูสูงสุด ( 4 ลูก ใน 4 เกม ) ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ปี 2545
ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาล 2007-2008 พรีเมียร์ชิพอังกฤษ

สถิติ
ผลงานในระดับสโมสร สโมสร ฤดูกาล พรีเมียร์ลีก เอฟเอ คัพ ลีก คัพ ยุโรป รวม
นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู
ลิเวอร์พูล 2550-51 31 22 1 0 1 3 9 5 42 30
รวม ลิเวอร์พูล 31 22 1 0 1 3 9 5 42 30
colspan="2" ลา ลีกา โคปา เดล เรย์ - ยุโรป รวม
แอตเลติโก มาดริด 2549-50 36 14 4 5 - - - - 40 19
2548-49 36 13 4 0 - - - - 40 13
2547-48 38 16 6 2 - - 5 2 49 20
2546-47 35 19 5 2 - - - - 40 21
2545-46 29 13 2 1 - - - - 31 14
(ดิวิชัน 2 สเปน) 2544-45 36 6 1 1 - - - - 37 7
2543-44 4 1 2 0 - - - - 6 1
รวม แอตเลติโก มาดริด 214 82 24 7 0 0 5 2 243 91
รวม 245 104 25 7 1 3 14 7 285 121
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Recently played


 

Applications

Browse Applications

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

Most popular videos
Popular music videos from YouTube.

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

CHIKEN-MAN has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for CHIKEN-MAN

Nov 5 7:36 PM
 
สุขสันต์วันเกิดนะจร้า

เลยมาวันสองวันไม่เป็นไรเนาะ
 
Nov 5 1:45 AM
jaae says:
 
สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะก๊าบ
 
 
 
Oct 11 6:21 AM
 
category_id=16&sid=0f9bee82ac6ec9b6005ead240229dce0" target="_blank">คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
 
Jun 23 7:38 AM
 
เย้ ๆๆๆๆๆๆ ...ปีหน้าขอ 3 แชมป์มั่งดิ ...
 
Jun 16 2:24 AM
 
รักกัน รักกัน..จุ๊ฟฟฟ
 
 
Jun 11 5:45 AM
jaae says:
 
ขอบคุงค่าที่แวะมาเม้นหั้ยอ่ะ
 
 
May 31 6:47 AM
 
โอ้ยๆรู้สึกคุงพี่อย่าเตะคงข้างๆๆๆนะ
รู้สึกไรก็เปงบอล
 
 
May 28 3:31 AM
 
หวัดดีจร้า ยินดีที่ได้รู้จักนะ
ไว้จะมาเม้นท์ให้ใหม่นะ บาย บาย
 
May 26 5:41 AM
surin says:
 
อ๋อไม่ลืมหรอกเป็นงัยสบายดี หน้าาตาแบบนี้มีคนเดียวในโลกลืมได้งัย
 
 
May 20 8:01 PM
 
ข้าวเหนียวหมูอร่อยสุดยอด...

thank you..
 
 
 
May 13 7:10 AM
 
ดูลาดเลาแล้ว ท่าทางจะยากนะ ... แต่คืนนี้ก็ภาวนาให้ผีแดงสะดุดนะ เผื่อยังมีหวังนิด ๆ อิอิ ... แต่ถึงจะไม่ได้แชมป์ก็ไม่เป็นไร ฤดูกาลหน้าเอาใหม่ .. ปีนี้เป็นปีชงของหงษ์แดงอ่ะ ... ดูดวงให้แล้ว โอกาสได้แชมป์น้อยจริง ๆ ... อิอิ ไปแหละ

Title
body